“อยากคุมกำเนิด แต่ไม่แน่ใจว่าจะเลือกวิธีไหนดี”
นี่คือคำถามยอดฮิตที่หมอเจอจากผู้หญิงเกือบทุกช่วงวัยค่ะ การเลือกวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ป้องกันการท้อง” แต่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และแผนชีวิตของแต่ละคนด้วย
บทความนี้จะพาคุณเปรียบเทียบวิธีคุมกำเนิดยอดนิยม พร้อมคำแนะนำจากแพทย์ เพื่อให้คุณเลือกได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย
วิธีคุมกำเนิดมีกี่แบบ?
แบ่งหลัก ๆ ออกเป็น 2 ประเภท:
- วิธีชั่วคราว – ยาคุม, ถุงยาง, ฉีดยาคุม, แผ่นแปะ, ห่วงอนามัย, ยาฝัง
- วิธีถาวร – ผูกท่อนำไข่ (กรณีไม่มีแผนมีบุตรอีก)
ในบทความนี้จะเน้นที่ การคุมกำเนิดแบบชั่วคราว ซึ่งเป็นที่นิยมและยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแผนชีวิตค่ะ
คุมกำเนิดแบบไหนดี? เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธี
1. ยาคุมกำเนิดแบบรายเดือน
ข้อดี:
- ราคาถูก หาซื้อง่าย
- ช่วยให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ
- บางสูตรช่วยลดสิว ผิวมัน
ข้อเสีย:
- ต้องกินทุกวันตรงเวลา
- ลืมกินมีโอกาสตั้งครรภ์ได้
- ไม่เหมาะกับคนที่มีประวัติลิ่มเลือดอุดตัน หรือไมเกรนชนิดรุนแรง
2. ยาคุมแบบฉีด (1 เดือน / 3 เดือน)
ข้อดี:
- สะดวก ไม่ต้องกินทุกวัน
- ประสิทธิภาพสูงมาก
- เหมาะกับคนที่ลืมกินยาเป็นประจำ
ข้อเสีย:
- อาจมีผลข้างเคียง เช่น ประจำเดือนขาด น้ำหนักขึ้น
- ต้องมาฉีดตามนัดตรงเวลา
3. ยาฝังคุมกำเนิด (อยู่ได้นาน 3-5 ปี)
ข้อดี:
- สะดวกมาก ทำครั้งเดียวใช้ได้นาน
- ประสิทธิภาพสูงถึง 99.95%
- เหมาะกับคุณแม่หลังคลอด หรือคนที่ยังไม่พร้อมมีลูกหลายปี
ข้อเสีย:
- ค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีอื่น (แต่คุ้มในระยะยาว)
- อาจมีผลข้างเคียง เช่น ประจำเดือนมาผิดปกติ
4. ห่วงคุมกำเนิด (IUD)
ข้อดี:
- ไม่ต้องกินยา ไม่ต้องฉีด
- คุมกำเนิดได้นาน 5–10 ปี
- มีแบบฮอร์โมน (ลดประจำเดือน) และแบบไม่มีฮอร์โมน
ข้อเสีย:
- ต้องให้แพทย์ใส่/ถอด
- อาจมีอาการปวดท้องช่วงแรก หรือประจำเดือนมามากขึ้น (ในแบบไม่มีฮอร์โมน)
5. ถุงยางอนามัย
ข้อดี:
- ป้องกันการตั้งครรภ์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- ไม่มีฮอร์โมน ไม่สะสมในร่างกาย
ข้อเสีย:
- ต้องใช้ทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
- หากใช้งานไม่ถูกวิธี หรือรั่ว/แตก มีโอกาสตั้งครรภ์ได้
วิธีเลือก “การคุมกำเนิดที่เหมาะกับเรา” ต้องดูอะไรบ้าง?
- อายุ และแผนมีลูกในอนาคต
- โรคประจำตัว เช่น ลิ่มเลือด เบาหวาน ไมเกรน
- ความสะดวกในการใช้งาน เช่น ลืมยาไหม เดินทางบ่อยหรือเปล่า
- งบประมาณ และระยะเวลาที่ต้องการคุม
แนะนำให้พบแพทย์สูตินรีเวชเพื่อตรวจสุขภาพและประเมินว่าแบบไหนเหมาะกับร่างกายของคุณที่สุด ที่ VIVV Clinic เรามีบริการให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดพร้อมการวางแผนครอบครัว
Q&A: คุมกำเนิดแบบไหนดี?
- Q: ยาฝังคุมกำเนิดเจ็บไหม? ต้องพักฟื้นหรือเปล่า?
- A: การฝังยาคุมใช้เวลาเพียง 5–10 นาที ฉีดยาชาก่อน ไม่มีแผลผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ทำงานได้ตามปกติค่ะ
- Q: ฉีดยาคุมแล้วประจำเดือนไม่มา อันตรายไหม?
- A: เป็นอาการปกติของยาคุมแบบฉีด โดยเฉพาะชนิด 3 เดือน แต่ควรพบแพทย์หากหยุดเกิน 6 เดือนหรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย
- Q: ต้องการมีลูกในอีก 1 ปีข้างหน้า ควรเลือกวิธีไหนดี?
- A: แนะนำเป็นยาคุมรายเดือน หรือแบบฉีด สามารถหยุดใช้แล้วมีบุตรได้เร็ว
ที่ VIVV Clinic มีให้บริการคุมกำเนิดโดยการฉีดยาแบบ 1 เดือน, ฉีดยาแบบ 3 เดือน และการฝังยาคุมแบบ 3 ปี
ควรคุมกำเนิดแบบไหนทักปรึกษาได้เลยค่ะ
“การคุมกำเนิด” ที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่ประสิทธิภาพสูง
แต่ต้องเหมาะกับสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายชีวิตของคุณด้วย
อย่าเลือกตามเพื่อน หรือรีวิวเพียงอย่างเดียว
พบแพทย์เฉพาะทางเพื่อวางแผนอย่างถูกต้องและปลอดภัยในระยะยาวดีที่สุดค่ะ
Feel Confident. Live Radiant.
ปรึกษาเรื่องคุมกำเนิดโดยแพทย์สูตินรีเวชผู้เชี่ยวชาญ