คุมกำเนิดแบบไหนดี? เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย และคำแนะนำจากสูตินรีแพทย์

โดย พญ.วริน กิตตินภดล

วิปป์ คลินิกเวชกรรม : คุมกำเนิดแบบไหนดี? เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย และคำแนะนำจากสูตินรีแพทย์

“อยากคุมกำเนิด แต่ไม่แน่ใจว่าจะเลือกวิธีไหนดี”

นี่คือคำถามยอดฮิตที่หมอเจอจากผู้หญิงเกือบทุกช่วงวัยค่ะ การเลือกวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ป้องกันการท้อง” แต่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และแผนชีวิตของแต่ละคนด้วย

บทความนี้จะพาคุณเปรียบเทียบวิธีคุมกำเนิดยอดนิยม พร้อมคำแนะนำจากแพทย์ เพื่อให้คุณเลือกได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

วิธีคุมกำเนิดมีกี่แบบ?

แบ่งหลัก ๆ ออกเป็น 2 ประเภท:

  • วิธีชั่วคราว – ยาคุม, ถุงยาง, ฉีดยาคุม, แผ่นแปะ, ห่วงอนามัย, ยาฝัง
  • วิธีถาวร – ผูกท่อนำไข่ (กรณีไม่มีแผนมีบุตรอีก)

ในบทความนี้จะเน้นที่ การคุมกำเนิดแบบชั่วคราว ซึ่งเป็นที่นิยมและยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแผนชีวิตค่ะ

คุมกำเนิดแบบไหนดี? เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธี

1. ยาคุมกำเนิดแบบรายเดือน

ข้อดี:

  • ราคาถูก หาซื้อง่าย
  • ช่วยให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ
  • บางสูตรช่วยลดสิว ผิวมัน

ข้อเสีย:

  • ต้องกินทุกวันตรงเวลา
  • ลืมกินมีโอกาสตั้งครรภ์ได้
  • ไม่เหมาะกับคนที่มีประวัติลิ่มเลือดอุดตัน หรือไมเกรนชนิดรุนแรง

2. ยาคุมแบบฉีด (1 เดือน / 3 เดือน)

ข้อดี:

  • สะดวก ไม่ต้องกินทุกวัน
  • ประสิทธิภาพสูงมาก
  • เหมาะกับคนที่ลืมกินยาเป็นประจำ

ข้อเสีย:

  • อาจมีผลข้างเคียง เช่น ประจำเดือนขาด น้ำหนักขึ้น
  • ต้องมาฉีดตามนัดตรงเวลา

3. ยาฝังคุมกำเนิด (อยู่ได้นาน 3-5 ปี)

ข้อดี:

  • สะดวกมาก ทำครั้งเดียวใช้ได้นาน
  • ประสิทธิภาพสูงถึง 99.95%
  • เหมาะกับคุณแม่หลังคลอด หรือคนที่ยังไม่พร้อมมีลูกหลายปี

ข้อเสีย:

  • ค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีอื่น (แต่คุ้มในระยะยาว)
  • อาจมีผลข้างเคียง เช่น ประจำเดือนมาผิดปกติ

4. ห่วงคุมกำเนิด (IUD)

ข้อดี:

  • ไม่ต้องกินยา ไม่ต้องฉีด
  • คุมกำเนิดได้นาน 5–10 ปี
  • มีแบบฮอร์โมน (ลดประจำเดือน) และแบบไม่มีฮอร์โมน

ข้อเสีย:

  • ต้องให้แพทย์ใส่/ถอด
  • อาจมีอาการปวดท้องช่วงแรก หรือประจำเดือนมามากขึ้น (ในแบบไม่มีฮอร์โมน)

5. ถุงยางอนามัย

ข้อดี:

  • ป้องกันการตั้งครรภ์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • ไม่มีฮอร์โมน ไม่สะสมในร่างกาย

ข้อเสีย:

  • ต้องใช้ทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
  • หากใช้งานไม่ถูกวิธี หรือรั่ว/แตก มีโอกาสตั้งครรภ์ได้

วิธีเลือก “การคุมกำเนิดที่เหมาะกับเรา” ต้องดูอะไรบ้าง?

  • อายุ และแผนมีลูกในอนาคต
  • โรคประจำตัว เช่น ลิ่มเลือด เบาหวาน ไมเกรน
  • ความสะดวกในการใช้งาน เช่น ลืมยาไหม เดินทางบ่อยหรือเปล่า
  • งบประมาณ และระยะเวลาที่ต้องการคุม

แนะนำให้พบแพทย์สูตินรีเวชเพื่อตรวจสุขภาพและประเมินว่าแบบไหนเหมาะกับร่างกายของคุณที่สุด ที่ VIVV Clinic เรามีบริการให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดพร้อมการวางแผนครอบครัว

Q&A: คุมกำเนิดแบบไหนดี?

  • Q: ยาฝังคุมกำเนิดเจ็บไหม? ต้องพักฟื้นหรือเปล่า?
  • A: การฝังยาคุมใช้เวลาเพียง 5–10 นาที ฉีดยาชาก่อน ไม่มีแผลผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ทำงานได้ตามปกติค่ะ
  • Q: ฉีดยาคุมแล้วประจำเดือนไม่มา อันตรายไหม?
  • A: เป็นอาการปกติของยาคุมแบบฉีด โดยเฉพาะชนิด 3 เดือน แต่ควรพบแพทย์หากหยุดเกิน 6 เดือนหรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย
  • Q: ต้องการมีลูกในอีก 1 ปีข้างหน้า ควรเลือกวิธีไหนดี?
  • A: แนะนำเป็นยาคุมรายเดือน หรือแบบฉีด สามารถหยุดใช้แล้วมีบุตรได้เร็ว

ที่ VIVV Clinic มีให้บริการคุมกำเนิดโดยการฉีดยาแบบ 1 เดือน, ฉีดยาแบบ 3 เดือน และการฝังยาคุมแบบ 3 ปี
ควรคุมกำเนิดแบบไหนทักปรึกษาได้เลยค่ะ

“การคุมกำเนิด” ที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่ประสิทธิภาพสูง
แต่ต้องเหมาะกับสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายชีวิตของคุณด้วย
อย่าเลือกตามเพื่อน หรือรีวิวเพียงอย่างเดียว
พบแพทย์เฉพาะทางเพื่อวางแผนอย่างถูกต้องและปลอดภัยในระยะยาวดีที่สุดค่ะ

Feel Confident. Live Radiant.
ปรึกษาเรื่องคุมกำเนิดโดยแพทย์สูตินรีเวชผู้เชี่ยวชาญ